http://www.whollymedical.com
  
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

หน้าแรก

เกี่ยวกับเรา

โปรแกรมสุขภาพ

เกร็ดความรู้ดีๆ

Q&A

ร่วมงานกับเรา

ติดต่อเรา

โปรแกรม เซลล์เพชฌฆาต

โปรแกรม เซลล์เพชฌฆาต

1. โปรแกรม NATURAL KILLER CELL AND TARGET CELL THERAPY (NK CeLL)   หรือเซลล์เพชฌฆาต     

       ความหวังใหม่ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง นี่คือทางเลือกที่ 4  นอกเหนือจากวิธีมาตรฐาน 3 วิธี ทั่วไปในโรงพยาบาล นั่นคือ ผ่าตัด   ฉายแสง และให้เคมีบำบัด อย่างที่เราทราบกันดี ว่าผู้ป่วยที่ใช้แบบเดิมๆนี้ เกิดผลข้างเคียงต่อร่างกายสูง เช่น ทำลายระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ร่างกายและเซลล์ดีอ่อนแอ ติดเชื้อง่าย  ผมร่วง  ทรมานทุกครั้งที่ให้คีโม (เคมีบำบัด ) และที่สำคัญไม่สามารถกำจัดเชื้อมะเร็งให้หายขาดได้ ส่วนใหญ่จะกลับมาเป็นซ้ำอีก และลุกลามไปทั่วร่างกาย และเสียชีวิต ดังนั้นจึงควรใช้ภูมิคุ้มกันบำบัดด้วย Natural Killer Cellsร่วมกัน  ซึ่งผลที่ได้รับเป็นที่น่าพอใจมากในปัจจุบัน

กราฟแสดงความสัมพันธ์การเกิดมะเร็งกับระดับ Natural cytotoxicity

      จากกราฟพบว่า ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งที่กล่าวข้างต้น  ส่วนใหญ่จะมีระดับ Natural cytotoxicity ต่ำกว่าคนทั่วไป ซึ่ง ทำให้มีโอกาสการ เกิดมะเร็งที่สูงกว่าคนทั่วไปด้วย

การใช้ภูมิคุ้มกันแบบ Immuno booster Program by Natural Killer Cells

ปัจจุบัน ข้อมูลทางการแพทย์พบว่า เม็ดเลือดขาวชนิด mononuclear cell ในผู้ป่วยโรคมะเร็ง เมื่อนำมาแยก เพาะเลี้ยง และกระตุ้น ด้วย cytokine บางชนิด ทำให้เม็ดเลือดขาวดังกล่าวมีความสามารถในการทำลายเซลล์มะเร็งได้ เรียกเม็ดเลือดขาวที่ถูกกระตุ้นว่า cytokine-induced killer cell (CIK) ซึ่งเป็นเซลล์ในกลุ่มของ cytotoxic T lymphocyte ที่มีคุณสมบัติการแสดงออกของ CD3+ และ CD56+ เซลล์ออกฤทธิ์ทำลายเซลล์เป้าหมาย โดยอาศัยกลไกแบบ non major histocompatibility complex อีกทั้งเมื่อฉีด CIK กลับเข้าในตัวผู้ป่วย ยังสามารถทำลายเซลล์มะเร็งในตัวผู้ป่วย ทำให้การเป็นซ้ำของโรคและ/หรือ การกำเริบของโรคลดลง และ ทำให้ผู้ป่วยมีโอกาสในการรอดชีวิตเพิ่มขึ้น

กลไกการออกฤทธิ์ของเซลล์ CIK 

  1. สามารถสร้างจากเม็ดเลือดขาวชนิด mononuclear ที่นำออกจากร่างกายทางเส้นเลือดดำส่วนปลายของผู้ป่วย และง่ายต่อการเพิ่มจำนวนเซลล์ในหลอดทดลอง
  2. เซลล์ CIK มีฤทธิ์รุนแรงในการทำลายเซลล์มะเร็ง ได้แก่ มะเร็งตับชนิด hepatocellular carcinoma,  มะเร็งไต (renal cancer) และมะเร็งกระเพาะอาหาร (gastric cancer), มะเร็งหลังโพรงจมูก(Nasopharynx cancer), มะเร็งท่อน้ำดี(Cholangiocarcinoma), มะเร็งผิวหนัง(Melanoma), มะเร็งปอด(Lung cancer), เนื้องอกสมอง(Glioma), มะเร็งตับอ่อน(Pancreatic cancer)
  3. ฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็ง มีลักษณะไม่จำเพาะต่อ MHC (MHC-unrestricted)
  4. เซลล์ CIK เป็นเซลล์ขั้นสุดท้ายที่ออกฤทธิ์ (final effector) ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเป็นรูปเซลล์ชนิดอื่นในการเข้าทำลายเซลล์มะเร็งโดยตรง

จากการศึกษาในสิ่งมีชีวิต (in vivo) พบว่า การฉีดเซลล์ CIK เข้าสู่ร่างกาย มีความเป็นพิษต่ำ และไม่เกิดภาวะต่อต้านในตัวผู้รับ

ประโยชน์ที่ได้รับและข้อดีและประโยชน์ที่ได้รับของการใช้ CIK cells

  1. ใช้ร่วมในคนไข้โรคมะเร็งที่รับการผ่าตัดเพื่อให้ CIK Cells (เซลล์ภูมิคุ้มกัน)ไปทำลายเซลล์มะเร็งที่ยังหลงเหลืออยู่อย่างได้ผล
  2. ใช้ร่วมกับคนไข้ที่ทำ Chemo therapy ซึ่งสามารถช่วยทำลายเซลล์มะเร็ง และไม่ต้องทรมานหรือเกิดผลข้างเคียงต่างๆเหมือนการให้เคมีบำบัด
  3. CIK Cells (เซลส์ภูมิคุ้มกัน) ยังสามารถใช้ร่วมกับวิธีอื่นๆ เนื่องจาก CIK cells สร้างมาจากภูมิคุ้มกันของร่างกายคนไข้เอง ทำให้ไม่มีผลข้างเคียงต่อคนไข้ และต่อการใช้ด้วยวิธีอื่นๆ
  4. วิธีนี้สามารกำจัดมะเร็งระยะต้นๆได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ และผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะกระจายพบว่าเมื่อใช้วิธีนี้ ไม่พบการกลับมาเป็ซ้ำด้วยเครื่องตรวจ CT Scan
  5. สามารถลดอัตราการกลับมาเป็นซ้ำ และยืดเวลาการเริ่มเป็นซ้ำของมะเร็ง ได้มากกว่าการใช้วิธีอื่นๆ
  6. เสริมภูมิต้านทานในร่างกายของคนไข้ที่ใช้ยา หรือเคมีที่ไปกดภูมิต้านทานร่างกายของคนไข้ และสามารถลดอัตราการติดเชื้อต่างๆลงได้
  7. ใช้ในมะเร็งที่อยู่ในตำแหน่งที่การผ่าตัดเข้าไม่ถึง หรือกระจายจนไม่สามารถผ่าตัดได้
  8. การใช้วิธีนี้ลดการนอนโรงพยาบาลของคนไข้ เนื่องจากใช้แค่วิธีฉีดเข้าเส้นเลือดที่แขนของคนไข้เท่านั้น โดยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล ทำให้ลดค่าใช้จ่ายของคนไข้ได้อย่างมาก

ขั้นตอนการผลิต CIK cells ( เซลล์ภูมิคุ้มกัน ) คือ

การนำเอาเลือดของผู้ป่วยมากระตุ้นและเพิ่มจำนวนเซลล์ภายนอกร่างกาย และทำการ ฉีดคืนเข้าสู่ร่างกายซ้ำหลายครั้ง เพื่อเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ผู้ป่วย

  1. พบแพทย์ เพื่อตรวจร่างกาย และตรวจเลือดเพื่อตรวจระดับ และความสามารถในการทำลายเซลล์แปลกปลอม หรือเซลล์มะเร็ง
  2. นัดผู้ป่วยเพื่อมาเก็บเลือดปริมาณ 80-100 cc. เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจคุณภาพและกระตุ้นเซลล์ ( โดยปั่นแยกเซลล์ เลือกเฉพาะส่วน เม็ดเลือดขาว ชนิด mononuclear cell นำมาแยกเพาะเลี้ยง เพิ่มจำนวน เพิ่มประสิทธิภาพ และกระตุ้นด้วยสาร cytokine ใช้เวลา 2 สัปดาห์ ให้เซลล์มีประสิทธิภาพการทำลายเซลล์มะเร็งสูงสุด  “ เม็ดเลือดขาวที่ถูกกระตุ้น เรียกว่า CIK ( Cytokine-Induced Killer cell )”  มีความสามารถในการทำลาย เซลล์มะเร็ง ได้อย่างดีเยี่ยม
  3. นัดผู้ป่วยเพื่อฉีด CIK cells (ปริมาณเซลล์โดยเฉลี่ย 1-5 x 109 เซลล์ ) โดยให้ทางน้ำเกลือ ใช้เวลาในการให้ประมาณ 1-2 ชั่วโมง

ทำการให้ CIK Cells รวมทั้งหมด 5- 6 ครั้ง ทุก 2 สัปดาห์

ใครบ้างที่เป็นกลุ่มที่ควรได้รับการเพิ่มภูมิคุ้มกัน

  1. กลุ่มที่มีประวัติครอบครัวหรือญาติพี่น้องเป็นมะเร็ง
  2. กลุ่มที่มีการติดเชื้อบ่อยๆ ซึ่งแสดงถึงภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  3. กลุ่มที่มีโรคเรื้อรัง เช่น โรคตับ โรคไต โรคเบาหวาน โรคไขมัน เป็นต้น
  4. กลุ่มที่ติดเชื้อไวรัสตับอักเสบเรื้อรัง
  5. กลุ่มที่กำลังเป็นโรคมะเร็ง
  6. กลุ่มที่พักผ่อนน้อย มีชีวิตเร่งรีบ ไม่ดูแลสุขภาพ ดื่มสุรา สูบบุหรี่

ผลการศึกษาวิจัย การใช้เซลล์ภูมิคุ้มกัน  CIK Cells ในผู้ป่วยมะเร็งชนิดต่างๆ พบว่า มีความปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงมาก ดังผลวิจัย ต่อไปนี้

-       มะเร็งตับชนิด Hepatocellular carcinoma

ในปี2004 ทีมแพทย์ใช้ CIKcells ในผู้ป่วยโรคมะเร็งตับชนิด HCC 13 ราย โดยเก็บเม็ดเลือดขาวชนิด mononuclear จากเส้นเลือดดำส่วนปลาย (Peripheral blood mononuclear cell; PBMC) แล้วนำมากระตุ้นด้วย interferon (IFN)-r, antibody ต่อ CD3 และ interlenlein-2 จากนั้นนำมาฉีดกลับเข้าสู่ผู้ป่วยในวันที่ 14 ผลการศึกษาพบว่า ปริมาณ PBMC ที่ได้จากผู้ป่วยก่อนและหลังฉีด CIK เป็นเวลา 10 วัน จาก 33.5%, 7.7% เป็น 36.6% (P < 0.05), 18.9% (P < 0.05) ตามลำดับ นอกจากนั้นยังพบว่าหลังการให้ CIK ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น มีความอยากอาหาร (appetite) ดีขึ้น การนอนหลับดีขึ้น ขนาดเนื้องอกลดลงในผู้ป่วย 3 คน ไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่น เช่น ที่ตับและไต            

  1. ในปี 2008 ผู้ป่วยโรคมะเร็งตับชนิด HCC จำนวน 85 ราย ที่ได้รับเคมีบำบัด ร่วมกับสารกั้นเส้นเลือดแดงตับ (Transarteral chemoembolization) ร่วมกับการใช้ความร้อนจากคลื่นวิทยุทำลายเนื้องอก (radiofrequency ablation) โดยแบ่งผู้ป่วยเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้รับคิลเลอร์เซลล์ซีไอเคและที่ไม่ได้คิลเลอร์เซลล์ซีไอเคผลการศึกษาพบว่า การเป็นซ้ำที่ 18 เดือน ในผู้ป่วยที่ได้รับคิลเลอร์เซลล์ซีไอเคเท่ากับ 15.6% ในขณะที่ผู้ป่วยที่ไม่ได้คิลเลอร์เซลล์ซีไอเคเท่ากับ 40% (P < 0.05) การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่า การให้คิลเลอร์เซลล์ซีไอเคมีประโยชน์ในการเพิ่มภูมิคุ้มกัน และลดการเป็นซ้ำในผู้ป่วยโรคมะเร็งตับชนิด HCC (31)

-       มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิด Hodgkin และ non-Hodgkin

     ในปี2005 ทีมแพทย์ใช้ CIK Cells ที่ได้จากผู้ป่วยเอง ในผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิด Hodgkin และ non-Hodgkin จำนวน 9 ราย จากผลการศึกษาในหลอดทดลอง พบว่า การทำลายเซลล์มะเร็ง (B-cell ; OCI-Ly8) ที่อัตราส่วน 40:1 ปริมาณ CIK เซลล์ที่ฉีดเข้าผู้ป่วย มีจำนวน 1x109 – 1x1010 เซลล์ต่อครั้ง ไม่พบผลแทรกซ้อนทันทีหลังฉีด และมีระยะของโรคคงที่ และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันมากขึ้น

-        มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะลุกลาม ( ระยะที่ 4 )

ในปี 2006 ทีมแพทย์ได้วิจัยในผู้ป่วยโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะลุกลาม (ระยะที่ 4) ที่ได้รับเคมีบำบัด จำนวน 57 ราย ผู้ป่วยดังกล่าวถูกแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ได้ยาเคมีบำบัด + CIK Cells มีระดับ Tumor marker (MG7-Ag, CA 72-4, CA 19-9 และ CEA) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังมีสภาวะภูมิคุ้มกัน, คุณภาพชีวิต และผลในระยะต้นดีกว่าผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัดเพียงอย่างเดียว 

มะเร็งปอด ชนิด non small cell ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้

ปี 2008 ทีมแพทย์ ได้ทำการวิจัยในผู้ป่วยโรคมะเร็งปอด ชนิด non small cell ที่ไม่สามารถผ่าตัดได้ จำนวน 59 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่ม A ได้ยาเคมีบำบัดอย่างเดียว (docetaxel และ cisplatin) ส่วนผู้ป่วยกลุ่ม B ได้ยาเคมีบำบัดร่วมกับ CIK Cells ผลการศึกษาพบว่า ภูมิคุ้มกัน (host immune function) และคุณภาพชีวิตในผู้ป่วยที่ได้ยาเคมีบำบัด ร่วมกับ CIK Cells ดีขึ้นมากกว่าผู้ป่วยที่ได้ยาเคมีบำบัดอย่างเดียว โดยอัตราการควบคุมโรค (disease control rate, DCR) ในผู้ป่วยกลุ่ม B ดีกว่ากลุ่ม A (89.7% VS 65.5% p: 0.030) ระยะเวลาโรคกำเริบ (Time to progression) ในผู้ป่วยกลุ่ม A 4.67 เดือน กลุ่ม B 6.65 เดือน และผู้ป่วยกลุ่ม B มีระยะเวลารอดชีพโดยรวม (overall survival) ดีกว่ากลุ่ม A อย่างมีนัยสำคัญ (p: 0.029)   

จากภาพ CT หน้าอก เห็นชัดว่า ขนาดของมะเร็งที่ปอด ลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง ในระยะเวลาประมาณ 3 เดือน หลังจากได้รับ CIK Cells

-       โรค Chronic Hepatitis B

ปี 2009 Ming shi และคณะ ได้รายงานการศึกษาการใช้ CIK cells ในคนไข้ CHB (chronic hepatitis B ) ทั้งหมด 21 คน   โดยมีการให้ CIK cells ทั้งหมด 3 ครั้ง  และตรวจ HBV DNA เพื่อดู viral load และ Liver function test  พบว่าในบาง case หลังจากได้รับ CIK cells พบว่า ระดับ HBV DNA ลดลง  และLiver function ดีขึ้น ดูได้จากกราฟแสดงผล


view

สถิติ

เปิดเว็บ27/04/2011
อัพเดท30/10/2017
ผู้เข้าชม731,852
เปิดเพจ1,013,469

view